website logo
 Articles
Minimize
17
คุณค่าสารอาหารในมูลไส้เดือน

คุณค่าสารอาหารในมูลไส้เดือน

     โดยปกติเวลาเราพูดถึงคุณภาพของปุ๋ย เรามักจะคุ้นเคยกับค่า NPK ซึ่งเป็นค่าทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้วัดปริมาณไนโตรเจน(N) ฟอสฟอรัส(P) และโปแตสเซียม(K)ในสารละลายของปุ๋ยเคมี  กรณีของมูลไส้เดือนซึ่งเป็นสารอินทรีย์ ถ้าจะวัดปริมาณ NPK เปรียบเทียบกับปุ๋ยเคมีแล้ว  จะมีค่าต่ำกว่า  แต่มูลไส้เดือนมีความโดดเด่นมากกว่าปุ๋ยเคมี เพราะมีจุลินทรีย์(microbes) ซึ่งเป็นสิ่งที่มีชีวิต จุลินทรีย์ที่อยู่ในมูลไส้เดือนนั้นจะค่อยๆย่อยสลายและให้ธาตุอาหารแก่พืชอย่างช้าๆตามความต้องการของพืช ซึ่งจะดีกว่าการให้แบบให้ดูดซึมครั้งละมากๆของปุ๋ยเคมี  และถ้าเปรียบเทียบมูลไส้เดือนกับดินเพาะปลูกทั่วไปแล้ว มูลไส้เดือนจะมีธาตุอาหารที่พืชต้องการมากกว่าดินเพาะปลูกทั่วไป
     ก่อนที่จะพูดถึงปริมาณสารอาหารในมูลไส้เดือน เรามาทำความเข้าใจกับธาตุอาหารแต่ละตัวว่ามีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชได้อย่างไรบ้าง และถ้าพืชขาดธาตุอาหารแต่ละชนิด พืชจะมีอาการอย่างไร และจะมีผลต่อการเจริญเติบโตอย่างไร  (ข้อมูลต่อไปนี้มาจากสิ่งพิมพ์เผยแพร่ของ Virginia Tech เกี่ยวกับพืชไฮโดรโปนิค)
ไนโตรเจน (Nitrogen)- พืชทั้งต้นจะมีสีเขียวอ่อน ใต้ใบจะมีสีเหลือง ต้นพืชจะหยุดการเจริญเติบโต
ฟอสฟอรัส(Phosphorous)- พืชทั้งต้นจะมีสีเขียวแกมน้ำเงิน  ส่วนใหญ่จะพัฒนาไปเป็นสีแดงหรือสีม่วง ใต้ใบอาจจะเป็นสีเหลือง และจะแห้งเป็นสีเขียวแกมน้ำตาลแล้วเป็นสีดำ ต้นพืชจะหยุดการเจริญเติบโต
โปแตสเซียม(Potassium)- ใบไม้จะมีลักษณะบางเหมือนกระดาษ ตามบริเวณขอบใบจะแห้งตาย ต้นพืชจะหยุดการเจริญเติบโต
แมกนีเซียม(Magnesium)- ใต้ใบจะเปลี่ยนไปเป็นสีเหลือง บริเวณยอดและขอบใบ และระหว่างเส้นใบไม้ ใต้ใบจะร่วงโรย
แคลเซียม(Calcium)- ก้านดอกและใบอ่อนจะตาย
สังกะสี(Zinc)- เยื่อใบไม้ระหว่างเส้นใบจะมีสีอ่อนกว่า  แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง มีลักษณะบางเหมือนแผ่นกระดาษ
เหล็ก(Iron)- เยื่อใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองในขณะที่ก้านใบไม้ยังเป็นสีเขียวอยู่
ทองแดง(Copper)- ขอบใบจะมีสีเขียวเข้มหรือสีน้ำเงิน  ขอบใบงอขึ้น  ใบอ่อนจะเหี่ยวเฉาอย่างถาวร
กำมะถัน(Sulfur)- ใบอ่อนเปลี่ยนเป็นสีเขียวซีด  ในขณะที่ใบแก่ยังเขียวอยู่  พืชจะหยุดการเติบโตและต้นสูงชะลูด
แมงกานีส(Manganese)- พืชหยุดการเจริญเติบโต  ใต้ใบจะมีลายสลับสีเหลืองและสีเขียว
โมลิบดินั่ม(Molybdenum)- ใบไม้จะหยุดเจริญเติบโต จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวซีด และไม่สมประกอบ
โบรอน(Boron)- ใบอ่อนจะแห้งเกรียมที่ยอดใบและขอบใบ

     ทีนี้เราสามารถเดาได้แล้วว่าทำไมมูลไส้เดือนจึงดีอย่างยิ่งสำหรับใช้ในการเพาะปลูกพืช  คำตอบก็คือ ในมูลไส้เดือนมีธาตุอาหารต่างๆตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้นครบทุกตัว โดยจะมีมากบ้างน้อยบ้างไม่เท่ากัน  และพืชเองก็ต้องการธาตุอาหารเหล่านี้ในปริมาณที่ไม่เท่ากันเช่นกัน  ยกตัวอย่างธาตุโมลิบดินั่ม ซึ่งมีหน้าที่ในการเปลี่ยนสารประกอบไนเตรตให้เป็นกรดแอมมิโน (องค์ประกอบของโปรตีนพืช)  ซึ่งพืชต้องการโมลิบดินั่มมากกว่าหนึ่งครั้ง  แต่ถ้าให้มากเกินไปก็จะเป็นพิษต่อพืช
     เนื่องจากสารอาหารในมูลไส้เดือนจะขึ้นอยู่กับวิธีการเลี้ยงและการให้อาหารแก่ตัวไส้เดือน  มูลไส้เดือนจากวิธีการเลี้ยงที่แตกต่างกันก็จะให้ธาตุอาหารที่แตกต่างกัน  เพื่อเป็นข้อมูลคร่าวๆ  ในมูลไส้เดือนจะประกอบด้วยสารอาหารและแร่ธาตุในสัดส่วนดังต่อไปนี้
- อ